Civil 3D picture

Civil 3D picture

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ข้อเปรียบเทียบระหว่าง Autodesk Land Desktop และ AutoCAD Civil 3D (2/2)

7.   การสร้างและแก้ไขแนวถนน (Horizontal Alignment)
LDT จะมีหลายขั้นตอนในการสร้างแนวถนน (alignment) จาก line, arc, polylyine จากนั้นจึงใช้คำสั่งในการ label stations
การแก้ไขสามารถทำได้ โดยการแก้ไขที่ฐานข้อมูล หรือแก้ไขเส้นแนวถนนที่งานแบบ แล้ว update ฐานข้อมูล ในการแก้ไขแนวถนน จะมีขั้นตอนมากกว่าเพราะต้องแก้ไขที่ทุกวัตถุที่อยู่ตามแนวถนน เช่น แก้ alignment แล้วก็ต้องไปแก้ที่ Curve (วัตถุต่างๆไม่ได้สัมพันธ์ต่อกัน) เสร็จแล้วก็ต้อง update ฐานข้อมูลแนวถนน และทำการ label ใหม่

C3D มีการสร้างแนวถนนที่ง่ายขึ้น สามารถกำหนดการ label กำหนดเงื่อนไขของโค้ง (เช่น รัศมีโค้ง  design speed เป็นต้น)  จะแสดงผลทันทีเมื่อวางแนวถนน สามารถปรับแก้ เช่น แก้ไขตำแหน่ง PI ของโค้ง alignment และ curve รวมถึง label ก็จะปรับตามทันที (วัตถุต่างๆจะสัมพันธ์ต่อกัน) มีฐานข้อมูลของแนวถนนให้ทำการตรวจสอบและปรับแก้ได้เหมือนกัน

8.   งาน Longitudinal Sections (Profile) และ Proposed Profile (Vertical Alignment)
LDT โปรแกรมจะสร้างเส้น profile ขอวแนวถนนให้ แต่ถ้ามีการแก้ไขแนวถนน ต้องทำการคำนวณ profile ใหม่ และสร้างเส้น profile ใหม่
งาน Vertical Alignment จะมีการทำงานเหมือนกับ horizontal alignment (LDT)

C3D โปรแกรมจะสร้างเส้น profile ของแนวถนนให้ แต่เมื่อมีการปรับเปลี่ยนแนวถนน เส้น profile ก็จะปรับแก้ให้ทันที ยังสามารถ projection point เช่นเสาไฟฟ้า ตามแนวเส้น profile ได้ รวมถึงแสดงผลงานดินตัดดินถมโดยการใส่ hatch ให้อัตโนมัติ
งาน Vertical Alignment จะมีการทำงานเหมือนกับ horizontal alignment (C3D) เมื่อมีการแก้ไข ส่วนที่เกี่ยวข้องก็จะแก้ไขตามให้อัตโนมัติ เช่นเปลี่ยนแนว horizontal alignment งานดินตัดดินถมที่แสดงผลด้วย hatch ก็จะปรับแก้ตาม เป็นต้นนต้น



9.   การสร้างภาพตัดขวางถนน (Cross Sections)
LDT จะสร้างภาพตัดขวางถนนโดยใช้ template การทำงานคือ ต้องวาดภาพแนวตัดถนนเอง แล้วกำหนดเงื่อนไขต่างๆลงไปตามตำแหน่งต่างๆของภาพตัด ซึ่งใช้เวลาพอสมควรทีเดียว

C3D จะสร้างภาพตัดขวางถนนโดยใช้ Assemblies การทำงานโดยการเลือกชิ้นส่วนประกอบ แล้วหยิบมาวางตรงตำแหน่งที่ต้องการ ถ้าต้องการสร้างใหม่ทั้งหมดเอง ก็สามารถใช้โปรแกรม Subassembly Composer สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดเอง (ซึ่งก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน)


10. การออกแบบ และการสร้างถนน 3 มิติ และการสร้าง cross sections และรายงาน
LDT การออกแบบจะนำข้อมูลของ horizontal alignment, profile, vertical alignment และ template ของภาพตัดขวางถนน มาคำนวณรวมกัน แล้วแสดงค่าข้อมูล หรือสร้างภาพตามที่ต้องการให้ เช่น ให้ทำการสร้าง cross sections ตลอดแนวถนน การออกรายงานของดินตัดดินถม การออกรายงานวัสดุที่ใช้ในการสร้างถนน แต่ถ้าต้องการรูปถนน 3 มิติที่ออกแบบเสร็จแล้ว ต้องทำการสร้างพื้นผิวของถนน ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำงานพอสมควรทีเดียวก่อนที่จะได้เป็นภาพถนนที่เป็น 3 มิติ เมื่อมีการแก้ไขค่าการออกแบบที่ใดที่หนึ่ง ต้องทำการ update ข้อมูลในแต่ละขั้นตอนที่เกี่ยวข้องใหม่ เช่น เปลี่ยนแนวถนน horizontal alignment ในแบบวาด ก็ต้อง update horizontal alignment ใหม่  สั่งสร้าง profile ใหม่ ก่อนที่จะ update ค่า vertical alignment เดิมกับ profile ใหม่ และ update กับข้อมูล template ก่อนที่จะทำการ recalculate เพื่อให้ได้ cross sections ใหม่ ค่าดินตัดดินถมใหม่ เป็นต้น


C3D การออกแบบก็จะนำข้อมูลของ horizontal alignment, profile, vertical alignment และ assemblies ของภาพตัดขวางถนน มาคำนวณรวมกัน นำค่าข้อมูลมาสร้างเป็นถนน 3 มิติที่ออกแบบเสร็จแล้ว (corridor)


สามารถตรวจสอบการออกแบบใด้ทันที ถ้ามีการกำหนดให้ update อัตโนมัติ เมื่อมีการแก้ไขค่าการออกแบบที่ใดที่หนึ่ง เช่นเปลี่ยนแนวถนน horizontal alignment ถนน 3 มิติ (corridor) ก็จะปรับเปลี่ยนให้ทั้งแบบ update หรืออัตโนมัติ เพียงแต่สะดวกกว่าตรงที่ไม่ต้องกลับไป update ตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งงาน profile และ vertical alignment ก็จะเปลี่ยนตาม  ทำให้งาน cross sections รวมถึงผลคำนวณงานดินตัดดินถมก็ปรับแก้ตามไปด้วยพร้อมกัน  ซึ่งลดขั้นตอนการทำงานจากแบบเดิมมากทีเดียว ทำให้สามารถทำงานออกแบบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถนำไปทำการนำเสนอแบบ 3 มิติ วิ่งบนถนนที่ออกแบบได้ทันทีด้วยตัวโปรแกรมเอง

หรือเพื่อความเสมือนจริงมากขึ้น สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรม 3Ds max และ Civil View (plug in program) เพื่อสร้างภาพถนน 3 มิติแบบ animation ได้โดยไม่ต้องมีความรู้ความชำนาญด้าน 3D มากเหมือนแต่ก่อน ผู้เริ่มต้นก็สามารถทำ animation presentation ได้สวยงามเช่นกัน
(ในบทความต่อๆไปจะกล่าวถึงหัวข้อนี้อีกทีครับ)





สรุปโดยการทดสอบแล้วนำมาสร้างเป็นตารางเพื่อเปรียบเทียบ
การทำงานออกแบบโดยใช้มือ (by hand)
การทำงานโดยใช้ AutoCAD อย่างเดียว (AutoCAD)
การทำงานโดยใช้ Autodesk Land Desktop (LDT)
                และการทำงานโดยใช้ AutoCADCivil 3D (Civil 3D)

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ข้อเปรียบเทียบระหว่าง Autodesk Land Desktop และ AutoCAD Civil 3D (1/2)












1.       โปรแกรม
LDT โปรแกรมครบชุดประกอบด้วย 3 โปรแกรม โดยมีโปรแกรมหลัก (core program) คือโปรแกรม Autodesk Land Desktop และมีโปรแกรมเฉพาะทางประกอบคือโปรแกรม Autodesk Survey สำหรับงานสำรวจ และโปรแกรม Autodesk Civil Design สำหรับงานออกแบบพื้นที่และถนน

C3D โปรแกรมมีเพียงโปรแกรมเดียว โดยรวมฟังก์ชั่นการทำงานทุกอย่างไว้ด้วยกัน

2.       การเปิดไฟล์
LDT มีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าในการต้องเปิดโปรเจค (project) และการเปิดไฟล์งานแบบวาด (drawing) โครงสร้างไฟล์มี subdirectory ของโปรเจค และไฟล์งานแบบแยกกันอยู่ เวลาทำงานต้องใช้พร้อมกันทั้งแบบวาดและฐานข้อมูลในโปรเจค จึงจะสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

C3D สามารถเปิดไฟล์ DWG ได้เลย โครงสร้างไฟล์มีแบบวาด (drawing) format DWG ไฟล์เดียวที่เก็บทั้งงานแบบและข้อมูล

3.       การทำ Point Label
LDT เมื่อ import points เข้ามาในแบบวาดแล้ว การแก้ไข Label ของจุดพิกัดทำได้จำกัด และยุ่งยาก

C3D เมื่อ import points เข้ามาในแบบวาดแล้ว สามารถแก้ไขการแสดงผลของจุดพิกัดได้ง่ายกว่า และสามารถแสดงผลที่แตกต่างกันของกลุ่มของจุดพิกัดกลุ่มต่างๆได้ โดยการแก้ไขที่ Style ควบคุมการแสดงผล

(ในเนื้อหาเรื่องการสำรวจ ยังไม่รวมความสามารถใหม่ๆที่ LDT ไม่สามารถทำได้ หรือทำได้ไม่เทียบเท่าเนื่องด้วยเทคโนโลยียุคก่อนยังพัฒนาไม่ถึง เช่นการทำงานกับ Google Earth เพื่อการทำ preliminary design หรือการทำงานกับ Laser Scanner  - Point Cloud เป็นต้น)

4.       การแสดงผล การแก้ไข และการสร้างรายงานจุดพิกัด (Point Information)
LDT การเข้าถึงข้อมูลจุดพิกัดเพื่อแสดงผลหรือแก้ไข ต้องแก้ไขที่ระบบฐานข้อมูล และรูปวาดในแบบวาด (drawing) เช่นเมื่อมีการแก้ไขข้อมูลค่าพิกัด ถ้าไปแก้ไขที่ฐานข้อมูล จะมีคำสั่งช่วยเตือนในการ update ที่งานแบบ ถ้าแก้ไขที่งานแบบจะต้องทำการ update ที่ระบบฐานข้อมูลด้วย ซึ่งบางคำสั่งมีการเตือน บางคำสั่งก็ไม่มีคำเตือนให้ update ฐานข้อมูล  การทำรายงานทำได้ในแบบ text format ที่ค่อนข้างจำกัดในเรื่องการแสดงผล

C3D สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลของจุดพิกัดได้โดยตรงเพื่อตรวจสอบหรือแก้ไข หรือทำการแก้ไขจุดพิกัดที่แบบวาดได้โดยตรง การ update จะทำอัตโนมัติไม่ว่าแก้ไขจากทางใด  สามารถสร้างรายงานของกลุ่มจุดพิกัดตามที่ต้องการได้ง่ายกว่า


5.       การสร้างพื้นผิว (Surface)
LDT ใช้เวลาในหลายขั้นตอนในการสร้างพื้นผิว และคำสั่งสร้างเส้นแสดงชั้นความสูง (contours) จากข้อมูลพื้นผิวนั้น  เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลที่เกี่ยวข้องเช่นแก้ไขข้อมูลจุดพิกัด ต้องทำการ update และสร้างพื้นผิวใหม่ทุกครั้ง จากนั้นก็ต้องสั่ง update เส้นแสดงชั้นความสูงจากข้อมูลพื้นผิวใหม่ เพื่อให้ได้เส้นแสดงชั้นความสูง (contours) ใหม่ที่ถูกต้อง

C3D ใช้เวลาในการสร้างพื้นผิวน้อยกว่า สามารถกำหนดให้พื้นผิวทำการ update อัตโนมัติ เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่นแก้ไขข้อมูลจุดพิกัด โปรแกรมก็จะ update พื้นผิวใหม่ และสร้างเส้นแสดงชั้นความสูงจากข้อมูลพื้นผิวใหม่ ให้ทันที

6.       งานเกรดดิน (Grading)
LDT การทำงานจะเป็นในรูปแบบการทำงานกับ polyline แล้วกำหนดเงื่อนไขการทำงาน เช่นกำหนดค่า slope / grade เพื่อสร้างเส้น หรือข้อมูลงานเกรดขึ้น การคำนวณและผลที่ได้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบ 2 มิติ ต้องให้โปรแกรมคำนวณแล้วสร้างให้ เช่น ภาพตัดขวาง (cross sections) ของงานเกรด การจะดูงานเกรด 3 มิติต้องผ่านขั้นตอนทำการสร้างพื้นผิว ถ้ามีการแก้ไขข้อกำหนดการเกรด ก็ต้องย้อนทำขั้นตอนแรกใหม่

C3D มี Feature line มาช่วยในการทำงานแทน polyline ที่ทำงานได้ในแบบ 3 มิติ สามารถแก้ไข กำหนดเส้น feature line ในแบบ 3 มิติ การเกรดก็จะเป็นแบบ 3 มิติ สามารถกำหนดการสร้างพื้นผิวอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบในแบบ 3 มิติได้ทันที และเมื่อแก้ไขข้อกำหนดการเกรด พื้นผิวก็จะปรับเปลี่ยนให้อัตโนมัติ ทำให้ได้ค่างานเกรดที่เปลี่ยนให้ใหม่ทุกครั้ง สะดวกต่อการออกแบบ

(มีต่อภาค 2)

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ทำไมต้องสนใจ AutoCAD Civil 3D

ตามสัญญา หนังสือเริ่มต้นจำหน่ายแล้วทั้งสั่งซื้อโดยตรงที่ VR Digital และเริ่มวางตามร้านหนังสือ (Se-Ed)
เราก็มาเริ่มบทความแรกกันเลย

ทำไมต้องสนใจ AutoCAD Civil 3D
คำถามนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้ง เมื่อตอนเปลี่ยนจาก Softdesk มาเป็น Autodesk Land Desktop (LDT) และมาเกิดอีกครั้งก็ตอนนี้ที่จะเปลี่ยนจาก LDT มาเป็น AutoCAD Civil 3D  ตอนที่เปลี่ยนจาก Softdesk มาเป็น LDT เพราะ Autodesk acquire Softdesk เข้ามานั้นเทคโนโลยียังไม่ค่อยเปลี่ยนไปมากเท่าไร การทำงานระหว่างวัตถุ (objects) ยังไม่เชื่อมโยงกัน 100 % หรือ interactive ระหว่างกัน (interactive หมายถึง เมื่อมีการแก้ไขวัตถุ (objects) ใดวัตถุหนึ่ง ถ้ามีผลกระทบกับอีกวัตถุหนึ่ง วัตถุที่ถูกกระทบจะทำการเปลี่ยนแปลงตัวเองตามเงื่อนไขใหม่ทันที เช่นเมื่อมีการเปลี่ยนแนวถนน (Alignment) จะมีผลให้รูปตัดแนวขวาง (Cross sections) และการคำนวณปริมาณดินตัดดินถม (Volume Calculation – Cut and Fill) เปลี่ยนแปลงตามทันที เป็นต้น) แต่ด้วยการทำงานที่มี AutoCAD เป็นพื้นฐาน ทั้งในเรื่องการใช้คำสั่ง AutoCAD เอง และคำสั่งเฉพาะทางที่ให้มา การทำงานด้วยการกำหนดเลเยอร์ (Layers) โดยตรง รวมกับระยะเวลาที่ใช้งานด้วย platform นี้มาไม่ต่ำกว่าสิบปี ทำให้ AutoCAD LDT ครองใจผู้ใช้งานทางด้านนี้ได้อย่างเหนียวแน่น มีผู้ที่พยายามใช้โปรแกรม AutoCAD Civil 3D ในงานออกแบบ แต่ก็ต้องย้อนกลับไปใช้ LDT อีกครั้งจำนวนไม่น้อย เพราะไม่เคยชินกับการทำงานที่ซับซ้อนในการกำหนดค่าต่างๆที่ต้องเรียนรู้ใหม่  ใน LDT เองแต่ก่อนก็ต้องเรียนรู้และมีการกำหนดค่าต่างๆมากเช่นกัน แต่ด้วยการทำงานแบบ AutoCAD ที่ใกล้ตัว เมื่อเวลาผ่านไปทำให้ไม่รู้สึกถึงความยุ่งยากอีก การทำงาน LDT ในตอนนั้นเป็นการเริ่มแนะนำการนำโปรแกรมไปช่วยในการออกแบบ และได้งานวาดแบบ (/2D-drawings) เป็นผลพลอยได้ (by product) แต่ผู้ใช้ส่วนมาก ก็ยังให้ความสำคัญกับการวาดแบบมากกว่าการออกแบบ กล่าวคือยังใช้โปรแกรมช่วยในการออกแบบไม่เต็มที่นั่นเอง ยังหวังผลในงานแบบที่จะได้เป็นหลัก เพราะนั่นคืองานที่ต้องทำให้เสร็จและส่งงานนั่นเอง ทำให้ยังใกล้ชิดกับ AutoCAD (ที่ใช้เขียนแบบ) มากกว่า LandDesktop (ที่ใช้ออกแบบ)

เหตุการณ์นี้ผู้เขียนก็เจอมาเอง โดยตอนแรกก็ต่อต้านที่จะเปลี่ยน เพราะคุ้นเคยกับ Softdesk ยังไม่เข้าใจการทำงานที่เปลี่ยนไปใน LDT เช่น การทำงานของ Point Group, Surface Explorer เป็นต้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการทำงาน และเข้าใจในคำสั่งก็เห็นว่าดี มีประโยชน์ ทำให้เริ่มศึกษาเรียนรู้ เริ่มจาก LDT version 2 (ซี่งที่จริงควรเริ่มตั้งแต่ต้น version 1 แต่เสียเวลาไปเพราะต่อต้านการเปลี่ยนแปลงอยู่ทำให้เสียโอกาส)  เมื่อใช้งาน LDT มาได้สักระยะก็จะพบว่า Autodesk ไม่ทำการพัฒนา Softdesk ต่อ ทำให้โปรแกรมตระกูล Softdesk – Civil หายไปจากตลาดโดยปริยาย

จากนั้นมาเจอการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง จาก LDT เป็น Civil3D ถึงแม้จะมีประสบการณ์ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว แต่ด้วยการทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้นของ Civil 3D และเวลาที่ไม่ค่อยมี ทำให้มาเริ่มศึกษาอย่างจริงจังเมื่ออยู่ในปลาย version 2006 ซึ่งตอนนั้นการเปลี่ยถ่ายจาก LDT มาเป็น Civil3D ก็ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ ทำให้คนที่เริ่มศึกษา Civil 3D ช้าหน่อยก็ไม่รู้สึกเสียเปรียบเท่าไรในด้านของฟังก์ชั่น (functions) การใช้งาน  แต่อาจจะเสียเปรียบในด้านประสบการณ์การใช้งานเล็กน้อย  จากพยายามต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ก็หันมาพยายามที่จะศึกษาเปรียบเทียบข้อดีของโปรแกรมกับงานที่ทำ เพื่อศึกษาหาทางนำมาปรับใช้กับงานของเรา เมื่อได้ประเด็น ก็ทำให้เริ่มสนใจที่จะเรียนรู้ เพราะถ้าไม่เริ่มต้นสนใจที่จะเรียนรู้ ก็เท่ากับไม่มีจุดที่จะให้เริ่มต้น

แล้วประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยเดิม เมื่อ Autodesk หยุดพัฒนา Autodesk/AutoCAD Land Desktop, Civil Design และ Survey โดยมีเวอร์ชั่นสุดท้ายที่ 2009 แต่ผู้ใช้งานเวอร์ชั่นเดิมก็ยังสามารถทำงานต่อไปได้ เพียงแต่ไม่มีเวอร์ชั่นใหม่ๆ ฟังก์ชั่นใหม่ๆมาให้ใช้งานเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราก็จะมีปัญหากับการอัพเกรดคอมพิวเตอร์ อัพเกรด Operating System และโปแกรมเก่าที่ต้องติดตั้ง รวมถึงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนไปที่จะสร้างความปวดหัวให้กับเราในอนาคต การใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นงานที่อยู่กับความก้าวหน้าและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปตลอด ทำให้ในบางครั้งมันบีบบังคับเราทางอ้อมให้ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงบ้าง ผู้เขียนมิได้สนับสนุนให้ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เพียงแต่เราต้องรู้ทัน เตรียมตัวให้พร้อม และเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับปรุงอย่างมีเหตุผล มิใช่เปลี่ยนตามแฟชั่น เช่นเขามี iphone เราก็ต้องมี iphone  แต่เปลี่ยนเป็น เขามี iphone เพียงแค่เพื่อโทรศัพท์ และเล่นเกมส์  ถ้าเรามี iphone เราจะใช้มันตรวจงานแบบบน iphone ผ่าน internet, wifi หรือ ต่อผ่านระบบเพื่อตรวจสอบหน้างาน ณ เวลานั้นได้หรือไม่ เป็นต้น

เช่นเดียวกัน ถ้าเราจะใช้ AutoCAD Civil 3D โปรแกรมตัวนี้มันช่วยให้งานเราเสร็จเร็วขึ้น ออกแบบได้ดีขึ้น นำมาวิเคราะห็การออกแบบ หรือ simulate การก่อสร้างได้ดีหรือไม่อย่างไร  พยายามหาข้ออ้างหรือเหตุผลเพื่อนำมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างประเด็นให้เริ่มต้นสนใจ เพื่อให้มันเป็นจุดเริ่มต้นให้เริ่มมีความสนใจที่จะศึกษาโปรแกรมตัวนี้ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของเราต่อไป ซึ่งบทความนี้จะทยอยเล่าการทำงานทั้งของโปรแกรม Civil 3D เอง และการปรับเข้าทำงานกับเรื่องต่างๆเช่น การทำงานกับ Laser Scan เพื่องานสำรวจยุคใหม่ การทำงาน 4D – Transportation Construction Simulation  การทำงานสะพาน และงาน Visualization กับ 3D max Design ด้วย plug-in รวมทั้งการทำงาน Collaboration ผ่าน internet, phone เป็นต้น

ถ้าท่านเริ่มมีประเด็นที่จะให้ศึกษาโปรแกรม AutoCAD Civil 3D ต่อแล้ว คราวหน้าจะเริ่มประเด็น
ข้อแตกต่างระหว่าง LDT กับ Civil 3D  ก่อนก้าวไปสู่หัวข้ออื่นๆต่อไปครับ

ถ้าเห็นว่าดีมีประโยชน์ รบกวนช่วยเสนอแนะ ช่วยโหวต และส่งต่อด้วยนะครับ ขอบคุณครับ